November 28, 2025
ด่วน! รถบัสทัศนศึกษา พุ่งชนท้ายกัน 3 คันรวด นักเรียนบาดเจ็บหลายราย
November 28, 2025วันที่ 28 พ.ย. 2568 ร.ต.อ.ธนรัตน์ กำเนิดดี ร้อยเวร สส.สภ.เฉลิมพระเกียรติ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีอุบัติเหตุ รถบัสชนกัน มีผู้ได้รับ...
วันที่ 28 พ.ย. 2568 ร.ต.อ.ธนรัตน์ กำเนิดดี ร้อยเวร สส.สภ.เฉลิมพระเกียรติ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีอุบัติเหตุ รถบัสชนกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก บริเวณสี่แยกห้วยบง ต.ห้วยบง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี หลังรับแจ้ง จึงเข้าตรวจสอบ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิกู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถบัสทัศนศึกษา 2 ชั้น พุ่งชนท้ายกัน จำนวน 3 คัน ส่งผลให้มีนักเรียนที่มากับรถบัส ได้รับบาดเจ็บ มีแผลถลอกตามร่างกาย บ้างก็หัวแตก หัวโน ส่งเสียงร้องกันระงม จำนวน 25 ราย เป็นหญิง 10 ราย ชาย 15 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้น แล้วรีบนำส่ง รพ.สระบุรี ในที่เกิดเหตุ ยังพบคนขับรถบัส ไม่สามารถออกจากตัวรถได้ เนื่องจากติดอยู่ภายใน ซึ่งเป็นคนขับรถที่อยู่คันที่ 2 ที่ถูกแรงกระแทกจากรถคันที่ถูกชน เจ้าหน้าที่กู้ภัย จึงได้นำอุปกรณ์ตัดถ่างมาเปิดประตูรถ และนำร่างคนขับที่ได้รับบาดเจ็บออกมาจากตัวรถ
จากการตรวจสอบพบว่า ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาขวา มีกระจกบาดที่นิ้วมือ คิ้วแตก เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯนำส่ง รพ.สระบุรี เป็นรายที่ 25 ส่วนนักเรียน และครูที่ไม่ได้รับบาดเจ็บได้ลงจากรถและมายืนดูเหตุการณ์อยู่ข้างทาง นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุยังพบว่า มีรถบัสได้รับความเสียหายจำนวน 3 คัน คันที่ 1 ได้รับความเสียหายตรงท้ายรถที่ถูกชน คันที่ 2 ได้รับความเสียหายทั้งด้านหน้า และท้ายรถ เนื่องจากถูกแรงที่ถูกคันที่ 3 พุ่งชน
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเชิญตัวคนขับรถบัส รับ-ส่ง นักเรียนไปสอบสวนยัง สภ.เฉลิมพระเกียรติ พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง เพื่อดำเนินคดีทางด้านกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามครู และนักเรียน ทราบว่าพวกตนมาจาก โรงเรียนราหุล อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ เป็นนักเรียนระดับชั้น ม.ต้น กำลังจะไปทัศนศึกษา ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ และดรีมเวิลด์ โดยมาด้วยกันทั้งหมด 5 คัน รถบัส และกำลังจะไปพักกินข้าวที่ ร้านอาหารครัวบ้านสวน ก็มาเกิดอุบัติเหตุขึ้นเสียก่อน โชคดีที่อุบัติเหตุในครั้งนี้ไม่มีนักเรียนได้รับเจ็บจนเสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจนสาหัส





แต่งงานกับสามีหนุ่มกล้ามล่ำ อั้ม อธิชาติ มาได้ 4 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีทายาทกันสักที สำหรับสาว นัท มีเรีย ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า ปีนี้เริ่มตั้งใจอย่างหนัก
แต่ถ้าสุดท้ายไม่มี ปีหน้าก็จะไม่พยายามแล้ว โดยล่าสุดสาวนัทได้มาเปิดใจในรายการดัง นัท มีเรีย : ถ้ารวมแต่งงานด้วย ก็ 9 ปีค่ะ คบกัน 5 ปี แล้วค่อยแต่ง
เราก็แอบคิดนะว่าเค้าเป็นเกย์มั้ย เพราะมันก็มีข่าวเม้าท์มาเยอะมาก แต่เราก็ค่อย ๆ คุยนะ คุยกัน 7-8 เดือน ช่วงนั้นก็ดูความประพฤติ เช็กทุกอย่าง ถึงขั้นเอาดวงไปเช็กจ้า เอาไปให้อาจารย์เช็กว่าเค้าเป็นเกย์มั้ย อาจารย์ก็บอกว่าไม่ได้เป็นแน่นอน แล้วอาจารย์ก็บอกว่า คนนี้คบได้ แล้วเค้าจะดูแลเราเหมือนบุตรเลย แล้วเราก็คบไปเรื่อย ๆ พอมั่นใจ
แล้วว่าเค้าไม่ใช่เกย์ มันก็พิสูจน์ได้ค่ะ อีกทั้งความดีของเค้าทำให้เราใจอ่อนค่ะ เค้าเป็นคนดี คนใจเย็น ดูแลทุกคนได้ คือนัทเป็นคนโผงผาง โวยวาย แต่คุณอั้มเค้าจะเอาอยู่
ก็ให้มันผ่านไป ก็จบแล้ว มันไม่มีอะไรแล้วล่ะอั้ม เคยมีกิ๊กจริงเหรอ ? นัท มีเรีย : จริง เคย ผู้ชายมีอยู่แล้ว แต่ไม่บอกนะว่าก่อนแต่งหรือหลังแต่ง ก็คือตกลงกันว่า ห้ามมีอีก จบ
เพราะถือว่ามันคืออดีตแล้ว ทุกครอบครัวชีวิตมันมีปัญหา แต่จะทำยังไงให้ชีวิตมันกลับมาดีเหมือนเดิม ? นัท มีเรีย : นัทว่ามันอยู่ที่จิตใต้สำนึกของฝ่ายที่ทำผิดมากกว่า คือตัวเองทำผิด แล้วอีกฝ่ายให้อภัยแล้ว คือตัวเองมองเห็นคุณค่ากับสิ่งที่เค้าเลือก หรือว่า ณ เวลานี้เค้าอยู่กับเราแล้วเค้าอยากจะปรับปรุงตัวเองให้มันดี เค้าก็ต้องปรับปรุงไปเรื่อย ๆ แล้วก็ใช้เวลาให้มัน
ได้ไปออกรายการดัง พร้อมเผยชีวิตครอบครัวที่แต่งงานมาจะ 4 ปี แต่ยังไม่มีทายาท นอกจากนั้น นัท มีเรีย ยังยอมรับกลางรายการว่า เคยจับได้ว่าอั้ม อธิชาติ สามีของตนเองแอบมีกิ๊กโดย สาวนัทบอกว่า
เรื่องนางเอกปริศนากิ๊กกับพระเอก”อั้ม” ส่งผลให้เกิดกระเเสฟีเว่อร์ไปทั่วประเทศ เเต่น้อยคนหนักที่จะรู้ว่าสาวเบลล่านั้นครั้งหนึ่งเคยตกเป็นมือที่สามของครอบครัวดาราดัง จนหวิดขาเตียงหักมาเเล้ว ซึ่งก็ไม่ใช่ครอบครัวอื่นไกล เป็นครอบครัว อั้ม อธิชาติ กับ นัท มีเรีย นั้นเอง เพราะทั้งคู่ได้มีโอกาสร่วมเล่นละคร เพลิงฉิมพลี ก่อนจะมีข่าวหลุดว่าทั้งคู่กุ๊กกิ๊กเกินบท ซึ่งฝ่ายภรรยาสาวนัทก็ได้ออกมายอมรับว่ามีปัญหากับสามีจริง เเต่ปัดตอบเรื่องมือที่ 3 ส่วนฟากสาวเบลล่า คู่กรณีก็ออกมาเคลียร์ว่า กระแสข่าวที่เกิดขึ้นเป็นเพียงข่าวลือที่ผ่านมาและผ่านไปเท่านั้น วอนคนดูช่วยโฟกัสที่ผลงานไม่อยากให้ซีเรียสกับข่าวเม้าท์ ส่วนตัวเเล้วเล่นไปตามบทบาทที่ได้รับ ยืนยันว่าไม่มีอะไรเกินเลยเเน่นอน
“แผ่นดินไหว” 23 พ.ย. 68 ‘ ไทยพบศูนย์กลางไหวอีกรอบ สถานการณ์โลกสั่นไม่หยุด 2025-11-23 07:30:44 | แรงสั่นสะเทือนขนาด 1.6 แมกนิจูด ลึกลงไปใต้พื้นดิน 10 กิโลเมตร ศูนย์กลาง ประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 53 กม. 2025-11-23 05:53:42 | แรงสั่นสะเทือนขนาด 2.7 แมกนิจูด ลึกลงไปใต้พื้นดิน 10 กิโลเมตร ศูนย์กลาง ประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 272 กม. 2025-11-23 04:49:41 | แรงสั่นสะเทือนขนาด 2.2 แมกนิจูด ลึกลงไปใต้พื้นดิน 10 กิโลเมตร ศูนย์กลาง ต.แม่สุก อ.แม่ใจ จ.พะเยา
2025-11-23 03:48:37 | แรงสั่นสะเทือนขนาด 2.0 แมกนิจูด ลึกลงไปใต้พื้นดิน 10 กิโลเมตร ศูนย์กลาง ประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 137 กม. 2025-11-23 01:13:58 | แรงสั่นสะเทือนขนาด 2.2 แมกนิจูด ลึกลงไปใต้พื้นดิน 10 กิโลเมตร ศูนย์กลาง ประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 32 กม. 2025-11-23 00:45:48 | แรงสั่นสะเทือนขนาด 2.9 แมกนิจูด ลึกลงไปใต้พื้นดิน 10 กิโลเมตร ศูนย์กลาง ประเทศลาว ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ บ้านน้ำช้าง ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ประมาณ 82
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เวลา 17.00 น.
กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เวลา 05.00 น.
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก (ปริมาณตั้งแต่ 90.1 มิลลิเมตร ขึ้นไป)
ภาคใต้: จังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก (ปริมาณตั้งแต่ 35.1 ถึง 90.0 มิลลิเมตร)
จังหวัดนครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก (ปริมาณตั้งแต่ 90.1 มิลลิเมตร ขึ้นไป)
ภาคใต้: จังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี และยะลา
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก (ปริมาณตั้งแต่ 35.1 ถึง 90.0 มิลลิเมตร)
จังหวัดนครศรีธรรมราช นราธิวาส ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
เหตุการณ์น่าเหลือเชื่อนี้ เกิดขึ้นที่โรงพยาบาล San Juan de Dios General ในประเทศกัวเตมาลา เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งถูกส่งไปที่ห้องดับจิต หลังถูกพบว่าเสียชีวิตแล้ว แต่ร่างของเธอกลับดิ้น หลังจากนอนอยู่ที่แห่งนั้นเป็นเวลา 5 ชั่วโมง และฟื้นคืนชีพขึ้นมาจากความตาย ทำให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ต่างเกิดอาการตื่นตระหนกกับเรื่องที่เกิดขึ้น
จากการรายงานสำนักข่าวต่างประเทศ Daily Star ได้มีการรานงานว่า คนไข้รายดังกล่าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก พบว่าเธอขาดสารอาหารอย่างรุนแรง มีประวัติเป็นโรคลมบ้าหมู และสมองพิการ หลังจากรักษาเธอได้ 30 นาที ไม่มีสัญญาณการทำงานของระบบทางเดินหายใจหรือสมอง แพทย์จึงลงความเห็นตรงกันว่า เธอเสียชีวิตแล้ว
แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากถูกประกาศว่าเสียชีวิตเพียง 5 ชั่วโมง นักพยาธิวิทยาพบว่าถุงใส่ศพของหญิงสาวรายดังกล่าวดูแปลก ๆ เหมือนกับว่า กำลังดิ้นขยับร่างกายอยู่ภายในถุงใส่ศพ จึงรีบเข้าไปช่วยชีวิตผู้ป่วยรายดังกล่าว และส่งเข้ารับการรักษาฉุกเฉินทันที น่าเสียดายที่ในที่สุดผู้หญิงคนนั้นก็ถูกประกาศว่า เสียชีวิตเป็นครั้งที่สอง
ทั้งนี้ จากคลิปวิดีโอที่มีการเผยแพร่ออกมา จะเห็นได้ว่าสภาพของผู้หญิงที่ฟื้นขึ้นมาในขณะนั้น ทำให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์หลายคนหวาดกลัวอย่างมาก และเหตุการณ์นี้ยังกระตุ้นให้เกิดการพูดคุยในหมู่ชาวเน็ต เกี่ยวกับประเด็นความน่าเชื่อถือของมาตรฐานทางการแพทย์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายงานที่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้สอบสวนเหตุการณ์การฟื้นคืนชีพ นี้หรือไม่
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 22.30 น. นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ประกาศยกธงแดง พื้นที่เขตตัวเมือง (เขต 1,2,3) ขอประชาชนขนของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย
โดย เทศบาลนครหาดใหญ่แจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมาพบว่าบริเวณเขาคอหงส์ มีปริมาณฝนตกชุกเกินกว่า 250 มม. หรืออาจสูงถึง 300 มม. ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งลักษณะทางกายภาพ ของเขาคอหงส์ เมื่อน้ำไหลบ่าลงจากเขาจะไม่มีคลองสายใหญ่รองรับ มีเพียงอ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน
แต่ด้วยปริมาณฝนที่ตกลงมาเกินค่ามาตรฐานทำให้อ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียนเอ่อล้น หน่วยงานในพื้นที่จึงต้องหารือร่วมกัน ทำการเปิดประตูน้ำทุกบานเพื่อพร่องน้ำจากอ่างเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด ผ่านคลองเตยและคลองระบายน้ำ ร.5 เพื่อระบายน้ำลงสู่คลองอู่ตะเภา และคลอง ร.1 ซึ่งยังสามารถรับน้ำได้
แต่การระบายน้ำลงคลองเตย เพื่อส่งลงคลองอู่ตะเภานั้น อาจส่งผลให้พื้นที่ตัวเมืองหาดใหญ่ได้รับผลกระทบ น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้าง เทศบาลนครหาดใหญ่จึงต้องตัดสินใจยกธงแดงทั่วเมือง ในเขต 1,2,3 และขอให้พี่น้องประชาชนยกของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ประชาชนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ สามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ที่ โทร.074-200000
ขอบคุณภาพและช้อมูลจาก Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา






